การขอใบอนุญาตสำหรับร้านค้า หรือร้านโชห่วย

การขอใบอนุญาตสำหรับร้านค้า

การประกอบกิจการประเภทร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านโชห่วย เพื่อขายสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ นั้น จะต้องดำเนินการจดทะเบียน รวมทั้งการขอรับใบอนุญาตในการขายสินค้าอย่างไรบ้างนั้น

ไอทีคอมเทค ขอสรุปการดำเนินการจดทะเบียน และการขอรับใบอนุญาตเพื่อจำหน่ายสินค้า สำหรับร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านโชห่วย เป็น 2 ขั้นตอน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

การขอรับใบอนุญาตที่สำคัญสำหรับร้านค้าปลีกขนาดเล็ก/ร้านโชห่วย

ขั้นตอนที่ 1 คือ จดทะเบียนพาณิชย์ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างคิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาท ขึ้นไปหรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป จะต้องจดทะเบียนต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผู้ประกอบกิจการสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ในลักษณะของบุคคลธรรมดาเจ้าของคนเดียว หรือหลายคนรวมกันในลักษณะของนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ บริษัท
- การจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เริ่มประกอบการ หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ ให้ดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

สถานที่ที่รับจดทะเบียนพาณิชย์
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ที่ตั้งร้านค้าตั้งอยู่
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ เมืองพัทยา หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด

บทกำหนดโทษ
1. ถ้าประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในร้านค้า มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
2. กรณีใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย แต่ผู้ประกอบการไม่ยื่นคำร้องขอรับใบแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่ร้านค้าซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
3. ผู้ประกอบการซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการ จะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว จะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
4.ผู้ประกอบการที่ถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบกิจการต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขั้นตอนที่ 2 คือ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (ขายปลีก)
1. สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตในการจำหน่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สุรา ยาสูบ และ ไพ่

- สินค้าประเภทสุรา
หมายความรวมถึงวัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา หรือซึ่งดื่มกินไม่ได้แต่เมื่อได้ผสมกับน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นแล้ว สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 3 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 1,500 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 1,650 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ประเภทที่ 4 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราปีละ 100 บาทและรวมภาษีเพื่อมหาดไทย 10% รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 110 บาท

- สินค้าประเภทยาสูบ
หมายความรวมถึง บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น และยาเส้นปรุง ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ ประเภทที่ 3 สำหรับการขายยาสูบในประเทศและต่างประเทศ ครั้งละไม่เกิน 1,000 มวน โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับ (1) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศปีละ 20 บาท (2) ขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศปีละ 20 บาท
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายยาเส้นปรุง สำหรับการขายครั้งละไม่เกิน 200 กรัม โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปีละ 10 บาท

- สินค้าประเภทไพ่
หมายความรวมถึง ไพ่ซึ่งทำด้วยกระดาษ หนัง หรือซึ่งทำด้วยวัตถุอื่น ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ดังนี้
- ■ ใบอนุญาตจำหน่ายไพ่ ประเภทขายปลีกครั้งละไม่เกิน 40 สำรับ โดยเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ปีละ 20 บาท

สถานที่ขอรับใบอนุญาต
1. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร กรมสรรพสามิต
2. ผู้ประกอบการ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัด

หมายเหตุ
- ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ยาสูบ และ ไพ่ จะสิ้นสุดการใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี โดยสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวได้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ของแต่ละปี และสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองหรือโดยทางไปรษณีย์
- ใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งออกให้โดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตนั้น ให้ใช้ได้เฉพาะในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องแสดงใบอนุญาตนั้นไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ง่าย
- ห้ามสถานที่จำหน่ายสุรา ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน สถานศึกษา หรือสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
- ห้ามสถานที่จำหน่ายยาสูบ ตั้งอยู่ใน หรือ ต่อเนื่องติดกับ ศาสนสถาน หรือสถานศึกษา

บทกำหนดโทษ
1. การขายสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีโทษปรับดังนี้คือ
- ถ้าเป็นสุราที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ถ้าเป็นสุราที่ผลิตภายในประเทศ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
2. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 จะต้องขายสุราภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดให้ คือ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. หากผู้ประกอบการฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนสิทธิในการขอรับใบอนุญาตขายสุราเป็นเวลา 5 ปี
4. ห้ามผู้ประกอบการจำหน่ายสุรา ยาสูบ ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. สินค้าที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตในการจำหน่าย
ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่ม สินค้าเบ็ดเตล็ด และรวมถึงยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันจำนวน 51 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน ฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2542 (รายละเอียดปรากฎตามเอกสารแนบท้าย)

3. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ถ้าผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก/ร้านโชห่วย ไม่ว่าจะประกอบกิจการทั้งประเภทเจ้าของคนเดียว เจ้าของหลายคน ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคล ถ้ามีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาท ต่อปี ผู้ประกอบการดังกล่าวมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน